สาระสำคัญของการดำเนินงาน

การจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้เข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอย่างถูกกฎหมาย จะช่วยให้สามารถจัดหาแรงงานได้อย่างเพียงพอเพื่อรองรับการขยายตัวของกิจกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมทั้งป้องกันและควบคุมผลกระทบเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการดังนี้

  1. กระทรวงแรงงาน :
    • ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดท้องที่ สัญชาติ ประเภท หรือ ลักษณะงาน ช่วงระยะเวลาหรือฤดูกาล หรือเงื่อนไขที่คนต่างด้าวอาจขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าวเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558
    • จัดทำคู่มือการออกใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 โดยมีระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน
    • จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด ปัจจุบันแรงงานกัมพูชาและเมียนมา สามารถเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560
    • เร่งรัดการพัฒนาฝึกอบรมฝีมือแรงงานไทยเพื่อให้มีความสามารถสอดคล้องตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
  2. กระทรวงมหาดไทย  : ออกประกาศ เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 กำหนดให้บัตรผ่านแดนตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างไทย-เมียนมา ไทย-ลาว และไทย-กัมพูชา เป็นเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางสำหรับการขออนุญาตทำงานตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 และผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 จังหวัด ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวโดยกำหนดแนวทาง รูปแบบ วิธีการดำเนินการ รวมถึงจำนวนแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่
  3. กระทรวงการต่างประเทศ : เจรจาแก้ไขความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้สามารถใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) แทนหนังสือเดินทางในการขออนุญาตทำงาน โดยขณะนี้ไทย-กัมพูชาได้ลงนามในความตกลงแล้วเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 และ ไทย-เมียนมาได้ลงนามในความตกลงแล้วเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 และอยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามผลการพิจารณาร่างความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างไทย-ลาว เพื่อให้แรงงานลาวสามารถเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ด้วย
  4. กระทรวงสาธารณสุข : กำหนดเงื่อนไขให้แรงงานต่างด้าวทุกรายต้องตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งโดยสถานบริการของรัฐ และต้องมีประกันสุขภาพในช่วงระยะเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่อนุญาตให้ทำงานอยู่ในประเทศไทย และดำเนินการดังนี้
    - ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 ในการตรวจสุขภาพ และประกันสุขภาพคนต่างด้าว ซึ่งกำหนดอัตราค่าบริการการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวในกลุ่มเป้าหมาย
    - จัดทำยุทธศาสตร์สุขภาพเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
  5. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง : จัดทำโครงการระบบฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (E-FINGERPRINT) เพื่อควบคุมการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่ 18 ด่านตรวจคนเข้าเมืองรวมพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเตรียมการรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2560 อ้างอิงจาก http://www.mol.go.th/content/60219/1496820759)

  1. กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน รายงานว่าตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2559 – พฤษภาคม 2560 ได้ดำเนินการดังนี้
    - อนุญาตให้แรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับหรือตามฤดูกาล ตามมาตรา 14 ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว 19,916 คน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด 3,588 คน รวมทั้งสิ้น 23,504 คน
    - อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเมียนมาเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับตามฤดูกาล ตามมาตรา 14 ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จำนวน 6,211 คน
  2. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้พัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ 10 แห่ง จำนวน 17,407 คน ประกอบด้วย
    - แรงงานใหม่ 743 คน เป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายก่อนจบการศึกษา ได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือตามความต้องการของตลาดแรงงาน รวมไปถึงการฝึกเพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยผู้รับการฝึกได้ทำงานร้อยละ 31
    - แรงงานในระบบ/สถานประกอบกิจการ 7,086 คน โดยจำแนกกลุ่มของการพัฒนาฝีมือแรงงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ทักษะฝีมือโดยตรง การบริหารจัดการและทักษะด้านภาษา ให้แก่แรงงานนอกระบบและแรงงานทั่วไป 9,578 คน โดยผู้รับการฝึกที่เป็นกลุ่มผู้ว่างงาน ได้ทำงานร้อยละ 54
    - การฝึกอบรมแรงงานต่างด้าว 1,171 คน โดยแบ่งเป็น เมียนมา 498 คน กัมพูชา 210 คน และ ลาว 463 คน ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
  3. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ให้คำปรึกษา แนะนำ และตอบปัญหาเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าว จำนวน 4,370 คน ซึ่งทำให้แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย
  4. กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสุขภาพของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวนทั้งสิ้น 26,215 คน
  5. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมการเดินทางเข้า-ออก ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และได้ดำเนินโครงการระบบฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (E-FINGERPRINT) เสร็จสมบูรณ์แล้ว